ข้อดีของการมี จป.หัวหน้างาน

การมี จป.หัวหน้างาน มีข้อดีอย่างไร

หัวหน้างาน หรือ จป.หัวหน้างาน ก็คือบุคคลคนเดียวกัน เพราะหากมีตำแหน่งเป็นหัวหน้างาน ต้องอบรมและขึ้นทะเบียนกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เพื่อเป็น จป.หัวหน้างาน ตามกฎหมาย นอกจากต้องทำหน้าที่เป็นหัวหน้างาน ก็ต้องทำหน้าที่เป็น จป.หัวหน้างาน ตามกฎหมายด้วย ซึ่งหากเป็นหัวหน้างานแล้ว ย่อมไม่สามารถปฏิเสธการเป็น จป.หัวหน้างานได้ เนื่องจากถูกบังคับด้วยตำแหน่ง

ซึ่งโดยทั่วไปแล้วการคัดเลือกหรือแต่งตั้งหัวหน้างานจะทำการคัดเลือกจากพนักงานระดับปฏิบัติการที่มีผลการทำงานดีมีพฤติกรรมเป็นที่น่าไว้วางใจมีความรับผิดชอบหรืออาจคัดเลือกมาจากบุคคลภายนอกอยู่ที่การพิจารณาของสถานประกอบกิจการนั้นๆ

 

 

  1. หน้าที่โดยทั่วไปของหัวหน้างาน

การได้รับตำแหน่งหัวหน้างาน จะมีบทบาทหน้าที่ใหม่เข้ามา มีอำนาจในการตัดสินใจมากขึ้น และยังต้องมีทักษะในการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ในเรื่องของการทำงาน ซึ่งหน้าที่พื้นฐานโดยทั่วไปของหัวหน้างาน มีดังนี้

  • เป็นตัวกลางเชื่อมต่อระหว่างผู้บริหารและพนักงาน มีการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ
  • ทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับผู้ใต้บังตับบัญชา
  • สร้างทัศนคติที่ดีในการทำงาน
  • ให้คำปรึกษาแก่ลูกน้อง
  • สนับสนุนการทำงานเป็นทีม
  • สอนงาน สั่งงานผู้ใต้บังคับบัญชา
  • ติดตามให้ความช่วยเหลือ
  • วางแผนงานและกำหนดเป้าหมาย
  • วิเคราะห์สาเหตุของปัญหาและปรุงปรับแก้ไข

หน้าที่ที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งหน้าที่ของหัวหน้างานในแต่ละสถานประกอบกิจการ ก็จะแตกต่างกันออกไป อยู่ที่องค์กรกำหนดขึ้นมา

 

 

  1. ข้อดีของการมี จป.หัวหน้างาน

จป.หัวหน้างาน คือ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ระดับหัวหน้างาน ซึ่งมีหน้าที่ตามกฎหมาย 10 ข้อ ด้วยกัน ซึ่งหน้าที่ตามกฎหมาย ในเรื่องของความปลอดภัยได้กำหนดเอาไว้อย่างชัดเจน นอกจากต้องทำหน้าที่ตามกฎหมายแล้ว ก็ต้องทำหน้าที่ในการควบคุม ดูแลเรื่องการผลิตด้วย

ซึ่งหากสถานประกอบกิจการมีจป.หัวหน้างานที่ทำหน้าที่ตามกฎหมายแล้วสิ่งที่จป.หัวหน้างานจะช่วยสถานประกอบกิจการในเรื่องของความปลอดภัยได้แก่

  • กำกับดูแลให้ผู้ใต้บังคับบัญชา ปฏิบัติตามคู่มือว่าด้วยความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานของสถานประกอบกิจการ
  • วิเคราะห์งานในหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อค้นหาความเสี่ยงหรืออันตรายเบื้องต้น จากการทำงาน
  • จัดทำคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานของหน่วยงานที่รับผิดชอบ
  • สอนวิธีการปฏิบัติงานที่ถูกต้องแก่ลูกจ้างในหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการทำงาน
  • ตรวจสอบสภาพการทำงานของเครื่องจักรเครื่องมือและอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยก่อนลงมือปฏิบัติงานประจำวัน
  • กำกับดูแลการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลของลูกจ้างในหน่วยงานที่รับผิดชอบ
  • รายงานการประสบอันตราย การเจ็บป่วยหรือการเกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญอันเนื่องจากการทำงานของลูกจ้างต่อนายจ้าง
  • ตรวจสอบหาสาเหตุการประสบอันตราย การเจ็บป่วยหรือการเกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญ อันเนื่องจากการทำงานของลูกจ้าง รวมทั้งเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาต่อนายจ้าง เพื่อป้องกันการเกิดเหตุ
  • ส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมความปลอดภัยในการทำงานของสถานประกอบกิจการจากที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นว่า จป.หัวหน้างาน จะทำหน้าที่ตั้งแต่การจัดทำคู่มือการทำงานที่ปลอดภัย

 

 

กำกับดูแลให้พนักงานในหน่วยงานของตนเองปฏิบัติงานตามคู่มือที่กำหนดขึ้น ค้นหาอันตรายจากการปฏิบัติงาน สอนวิธีการทำงานที่ปลอดภัยให้กับพนักงานที่ตนเองรับผิดชอบ ตรวจสอบการทำงานประจำวัน รวมถึงดูแลโดยภาพรวมในพื้นที่การทำงานที่ตนรับผิดชอบอยู่ เราจะเห็นว่า ในทุกส่วนงาน ทุกแผนกของสถานประกอบกิจการ จะมี จป.หัวหน้างาน ในส่วนงานต่างๆ เพื่อทำหน้าที่ด้านความปลอดภัยตามที่กล่าวมา เพราะหากทั้งบริษัท มี จป.หัวหน้างานเพียงคนเดียว อาจไม่เพียงพอในการควบคุม ดูแล ในเรื่องของความปลอดภัยให้กับพนักงาน จึงมีความจำเป็นต้องมี จป.หัวหน้างาน เฉพาะส่วนงานนั้นๆ

และ จป.หัวหน้างาน ยังเป็นบุคคลที่ รู้จักกระบวนการ ขั้นตอนในการปฏิบัติงาน ในพื้นที่ของตนเองเป็นอย่างดี และยังเป็นบุคคลที่ใกล้ชิดกับพนักงานมากที่สุด จึงเป็นบุคคลที่สามารถสื่อสารข้อมูล ข่าวสารต่างๆ ระหว่างผู้บริหารกับพนักงานได้เป็นอย่างดี

สรุป

ข้อดีของการมี จป.หัวหน้างาน มีอยู่หลายข้อด้วยกัน ซึ่งหลักๆ คือ เป็นบุคคลที่ทำหน้าที่ช่วยสถานประกอบกิจการ ในการสอดส่อง ดูแล ในเรื่องของความปลอดภัยในการทำงานของพนักงานในหน่วยงานที่ตนเองรับผิดชอบอยู่ และเป็นบุคคลที่อยู่หน้างาน ย่อมพบเห็นความผิดปกติ หรือสิ่งที่ก่อให้เกิดอันตรายได้ก่อนบุคคลอื่น ซึ่งจะทำให้สามารถแก้ไข และป้องกันอันตรายได้ก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุขึ้น